สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิก sorndontree ทุกคนครับ วันนี้ผมมีเรื่องดีๆเกี่ยวกับดนตรีมาฝากเป็นวิธีการเลือกกีต้าร์คู่ใจของคุณสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกีต้าร์ แต่สำหรับผู้ที่เป็นเซียนกีต้าร์ที่เล่นมาหลายสิบปี คงจะทราบกันดีแล้วนะครับ ผมหวังว่าเพื่อนๆคงจะได้ประโยชน์จากคำแนะนำเล็กๆน้อยๆนะครับ เรามาเริ่มกันเลยครับ
- เมื่อเราเดินเข้าไปในร้านสิ่งแรกที่จะบอกคุณในการเลือกซื้อกีต้าร์ คือ ความชอบของเรา หรือเรียกได้ว่า ถูกชะตา เหมือนจะเป็นเนื้อคู่กัน เลยวะ แต่ คุณก็ควรดูงบประมาณของคุณนะครับมีเท่าไร
- เมื่อเราเจอกีตาร์ที่ถูกใจ กับ ราคาที่ตรงกระเป๋าของตัวเอง จากนั้นเราก็เริ่มบรรเลง เลยครับเช็คเสียงเช็คคอ เล่นมันทุกแฟรต ตั้งแต่สาย 1 ถึง สาย 6 ดูว่ามีสายไหนติดแฟรต หรือป่าว สายสูงอาจจะไม่ใช้ปัญหา แต่อย่าให้ติดแฟรต ครับ แต่ก็แล้วแต่กรณีนะครับ บางที่ทางร้านอาจจะตั้งต่ำเกินไป หรือว่า อาจจะยังไม่ตั้งสายตรงนี้ต้องดูประกอบไปด้วยนะครับ
- ส่วนเรื่องของ ไม้ที่ใช้กับกีตาร์นั้นลองถาม เจ้าของร้านดูนะครับว่า เป็นไม้ชนิดใด ถ้าเป็นไม้ เมเปิ้ลนั้น จะให้เสียงค่อนข้างใส ส่วนไม้มะฮอกกานีจะให้เสียงที่ออกแนวกลางๆ แห้ง ส่วนไม้แอลเดอร์ จะให้เสียงที่หวานใส นุ่มนวล และมีไม้ชนิดอื่นๆอีกที่นำมาทำกีต้าร์ครับ แล้วแต่เพื่อนๆจะชอบ
- ต่อเมื่อเราจับกีตาร์ขึ้นมาควรที่จะให้รู้สึกที่สบาย ถนัด เข้ามือเวลาที่เล่น น้ำหนักพอดีอย่างที่เราชอบ
- ควรที่จะดูคอกีต้าร์ ลูบไล้ไปตามคอ ว่าเนียนหรือไม่ มองตามแนวนอนของกีต้าร์ว่าตรงหรือเปล่า
- ที่นี้ก็มาดูที่ pickups ตัวรับเสียงกีตาร์ ซึ่งมีผลต่อเสียงกีตาร์มาก โดย pickup ชนิดที่เป็น single-coil ก็จะมีหลากหลายรุ่น และ หลายยีห้อ ขึ้นอยู่กับกีตาร์ว่าเซ็ต มายังงัย บางรุ่นก็เป็นผลิตจากโรงงานกีตาร์โดยตรง แต่บางรุ่นก็ ผลิตจากโรงงานปิ๊กอัพโดยตรง อย่างเช่น Dimarzio หรือ Seymour duncan ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะให้เสียงที่แตกต่างกันไป โดยบางตัวอาจจะไปทางโทนแหลม หรือโทนกลาง Humbuker ก็ให้เสียงที่หนากว่า output ที่แรงกว่า single-coil และโทนของเสียงก็จะแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่นตามท้องตลาดครับ
- ลองเล่นเพลงที่เราชอบ หรือเล่นเพลงที่คุณเล่นอยู่ประจำ ลองเสียงคลีนก่อน ปรับแอมป์ให้เป็นกลางที่สุด เราควรให้ความสำคัญกับเสียงธรรมชาติของกีตาร์ให้มากก่อน แล้วค่อยลองที่เสียงแตก
- ตรวจสอบร่างกายของกีต้าร์ และอุปกรณ์ต่างๆว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หลังจากนั้นก็ จ่ายตังค์ครับ

|